IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )


 
Closed TopicStart new topic
> มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล (Minerva McGonagall)
Albus Dumbledore
โพสต์ Jul 31 2011, 12:10 PM
โพสต์ #1




อาจารย์ใหญ่
*****



กลุ่ม : อาจารย์ใหญ่
โพสต์ : 1,499
เข้าร่วม : 9-August 08
หมายเลขสมาชิก : 1
สายเลือด : เลือดผสม
เหรียญตรา:

ไม้กายสิทธิ์
ไม้: เอลเดอร์ | ยาว: 15"
แกนกลาง: ขนหางเธสตรอล
ความยืดหยุ่น: แข็ง

หีบสัมภาระ

สัตว์เลี้ยง



คอกสัตว์เลี้ยง






มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล (Minerva McGonagall)




ชื่อ - นามสกุล : มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล (Minerva McGonagall)
วัน เดือน ปีเกิด : เกิดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1925
ลักษณะทางกายภาพ : แม่มดหน้าตาเอาจริงเอาจัง สวมแว่นตากรอบสี่เหลี่ยม มีผิวขาว ดวงตาสีเขียวที่เฉียบขาด และผมสีดำรวบเป็นมวยแน่น
สถานะทางเลือด : เลือดผสม (Half-blood)
สถานภาพ : แม่ม่าย (นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 เป็นต้นมา)
ไม้กายสิทธิ์ : ไม้ไฟร์ ยาว 9 นิ้วครึ่ง แกนกลางเอ็นหัวใจมังกร แข็งทื่อ
บ้านในฮอกวอตส์ : กริฟฟินดอร์
แอนนิเมจัสขึ้นทะเบียนอย่างถูกกฎหมาย : แมวมีลายสีเทา
บ็อกการ์ด : ลอร์ด โวลเดอมอร์
ผู้พิทักษ์ : แมว

อาชีพ :
  • เจ้าหน้าที่กระทรวงเวทมนตร์ ในกองบังคับควบคุมกฎหมายเวทมนตร์ (ดำรงตำแหน่งในปี ค.ศ. 1954-1956)
  • ศาสตราจารย์วิชาแปลงร่าง (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1954)
  • อาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์ (ดำรงตำแหน่งก่อนปี ค.ศ. 1975-1998)
  • รองอาจารย์ใหญ่ฮอกวอตส์ (ดำรงตำแหน่งในปี ค.ศ. 1956-1998)
  • อาจารย์ใหญ่ฮอกวอตส์ (ดำรงตำแหน่งในปี ค.ศ. 1998-2020)

มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล (Minerva McGonagall) เป็นบุตรสาวคนแรกของ บาทหลวง โรเบิร์ต มักกอนนากัล บาทหลวงผู้สอนศาสนานิกายเพรสไบทีเรียนของชาวสก็อตแลนด์ กับ แม่มดสาวนามว่า อิโซเบล รอส โดยทั้งสองให้กำเนิดมิเนอร์ว่าขึ้นในวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1925 ที่เมืองเคธเนสส์ ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านพักของโรเบิร์ต อิโซเบลได้ตั้งชื่อลูกสาวของเธอตามชื่อของคุณยาย ซึ่งเป็นแม่มดผู้ที่เปี่ยมล้นไปด้วยพรสวรรค์

การให้กำเนิดของมิเนอร์ว่านั้น ทำให้ครอบครัวของเธอได้พบเจอทั้งความสุขและปัญหาไปพร้อมกัน เมื่ออิโซเบลได้ปฏิเสธที่จะใช้เวทมนตร์ และตัดสินใจละทิ้งชีวิตผู้วิเศษของเธอในโลกเวทมนตร์ เพื่อมาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันกับโรเบิร์ต ซึ่งจากเหตุการณ์นี้เองทำให้ครอบครัวของอิโซเบลโกรธมาก และหลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวอีกเลย อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทั่งคู่แต่งงาน อิโซเบลนั้นก็ไม่เคยบอกความจริงกับสามี ว่าแท้จริงแล้วเธอนั้นเป็นแม่มด เนื่องจากเธอกลัวว่าหากโรเบิร์ตได้รู้ ชีวิตแต่งงานของทั้งคู่ก็จะถูกทำลายลงไปในท้ายที่สุดนั่นเอง

แต่แล้วหลังจากที่เธอให้กำเนิดบุตรสาวคนแรกอย่างมิเนอร์ว่า เหตุการณ์ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป และความสัมพันธ์ระหว่างสองสามีภรรยาก็เริ่มจะห่างเหินกันมากขึ้น เพราะด้วยเหตุที่ หลังจากที่อิโซเบลได้ใช้เวลาอยู่กับมิเนอร์ว่าวันละหลายชั่วโมง ทำให้เธอได้เห็นว่า มิเนอร์ว่าสามารถเรียกตุ๊กตาจากชั้นวางมาไว้ในเปลของเธอได้อย่างไม่ได้ตั้งใจ และเธอยังสามารถบังคับให้แมวในบ้านปฎิบัติตามความคิดของเธอได้ และบางครั้งเธอยังสามารถทำให้ปี่สก็อตที่เธอจะอารมณ์ดีทุกครั้งที่ได้ยิน สามารถเล่นเพลงขึ้นเองได้อีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า ลูกสาวของเธอเป็นแม่มด ทำให้อิโซเบลเริ่มตีตัวออกห่างจากสามี เพื่อแยกตัวออกมาคอยดูแลลูกสาวอย่างใกล้ชิด

เมื่ออิโซเบลกลับมาทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เธอจึงตัดสินใจสารภาพความจริงกับโรเบิร์ตสามีของเธอในที่สุด หลังจากที่ได้รู้ว่าเธอเป็นแม่มด โรเบิร์ตตกอยู่ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลมากมาย เขาทั้งตกใจและกังวลต่อชีวิตของเขา ความโปร่งใส ซื่อตรงของเขาเริ่มเต็มไปด้วยความลับและการปกปิด เนื่องด้วยด้วยข้อกฎหมายของโลกผู้วิเศษที่ผูกมัดครอบครัวของเขาไว้ด้วย บทบัญญัตินานาชาติเกี่ยวกับความลับ นอกจากนี้เขาเองยังหวั่นใจต่อสายตาของผู้คนในชุมชน หากล่วงรู้ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอย่างเขามีภรรยาเป็นแม่มด แม้ว่าโรเบิร์ตยังคงรักภรรยาของเขา แต่ความเชื่อใจนั้นกลับถูกพังทลายลงไปจนหมดสิ้นเสียแล้ว อย่างไรก็ตามทั้งคู่ยังตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันต่อไป ทั้งสองมีบุตรชายด้วยกันอีกสองคน คือ มัลคอล์ม และ โรเบิร์ต จูเนียร์ ซึ่งเด็กชายทั้งสองคนนี้ ก็มีพลังเวทมนตร์เช่นเดียวกันกับมิเนอร์ว่า

และแม้ว่าพ่อของเธอจะเป็นมักเกิ้ล แต่มิเนอร์ว่าก็สนิทสนมกับโรเบิร์ตมากกว่าอิโซเบล เนื่องจากทั้งคู่มีลักษณะนิสัยที่คล้ายคลึงกันอยู่มาก เมื่อมิเนอร์ว่าอายุครบ 11 ปีบริบรูณ์ จดหมายจาก โรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ โดยในขณะนั้นมี อาร์มานโด ดิฟเพ็ท ดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ใหญ่ ก็ถูกส่งมายังบ้านพักที่เมืองเคธเนสส์ สำหรับมิเนอร์ว่าแล้วฮอกวอตส์เปรียบเสมือนสถานที่ที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย และได้รับอิสรภาพอย่างแท้จริง ในคืนนั้นเองหลังจากที่ครอบครัวมักกอนนากัลได้รับจดหมาย น้ำตาที่มีทั้งความภาคภูมิใจปนอิจฉา ก็ได้ไหลออกมาจากตาของอิโซเบล

ในพิธีคัดสรรของนักเรียนปีหนึ่งของมิเนอร์ว่า หมวกคัดสรรได้ใช้เวลานานเป็นพิเศษ ในการพินิจพิจารณาว่าควรส่งมิเนอร์ว่าไปอยู่บ้านใด ระหว่างบ้านเรเวนคลอและกริฟฟินดอร์ สุดท้ายมิเนอร์ว่าก็ได้รับการคัดสรรไปยังบ้านกริฟฟินดอร์ ในขณะที่เพื่อนร่วมชั้นของเธออย่าง ฟิลิอัส ฟลิตวิก ที่ประสบปัญหาแบบเดียวกันนั้น ได้ถูกคัดสรรไปยังบ้านเรเวนคลอ ซึ่งต่อมาเขาก็ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ประจำบ้านเรเวนคลอ พวกเขามักจะคุยถึงเรื่องความหลัง และ แลกเปลี่ยนความคิดของกันและกันเป็นบางครั้งคราว

ในระหว่างศึกษาอยู่ มิเนอร์ว่านั้นเป็นหนึ่งในนักเรียนดีเด่นของชั้น เนื่องจากเธอสามารถเรียนรู้ได้รวดเร็ว และแสดงทักษะความสามารถออกมาได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิชาการแปลงร่าง ช่วงเวลาของมิเนอร์ว่าในโรงเรียนได้มีการคาบเกี่ยวกับ โพโมน่า สเปราต์ ต่อมาเป็นอาจารย์ประจำบ้านฮัฟเฟิลพัฟ ประมาณสองปี ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเรื่อยมาจวบจนปัจจุบัน ในช่วงที่เธอใกล้สำเร็จการศึกษา ขณะที่เธอเรียนอยู่ชั้นปีเจ็ด มิเนอร์ว่าได้ทำคะแนนซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดของสอบ ว.พ.ร.ส. และ ส.พ.บ.ส. นอกจากนี้เธอยังได้ทำหน้าที่เป็นพรีเฟ็คของบ้านกริฟฟินดอร์, ประธานนักเรียนฮอกวอตส์ และ ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวด ผู้ที่มีอนาคตอันสดใส ของนิตยสารแปลงร่างวันนี้ โดยถูกแนะนำโดย อัลบัส ดัมเบิลดอร์ อาจารย์สอนวิชาแปลงร่างในขณะนั้น ดัมเบิลดอร์เป็นหนึ่งในผู้สร้างแรงบันดาลใจของเธอที่มีต่อการแปลงร่าง โดยมิเนอร์ว่าได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนแอนนิเมจัสของกระทรวงเวทมนตร์ โดยแอนนิเมจัสของเธอนั้นเป็นแมวลายสีเทา มีตำหนิที่เป็นเอกลักษณ์เป็นลายรูปแว่นสี่เหลี่ยมรอบดวงตา

นอกจากนี้มิเนอร์ว่ายังเคยเป็นหนึ่งในสมาชิกทีมควิดดิชของกริฟฟินดอร์ ในขณะที่เธอยังเป็นนักเรียน เธอได้ร่วมลงแข่งขันควิดดิชประจำปี ซึ่งรอบชิงชนะเลิศนั้นเป็นการพบกันระหว่าง บ้านกริฟฟินดอร์และสลิธีริน แต่อย่างไรก็ตาม มิเนอร์ว่าได้รับบาดเจ็บสาหัา หลังจากการเล่นสกปรกทำให้เธอพลัดตกลงจากไม้กวาด จากอุบัติเหตุนี้ทำให้ซี่โครงบางส่วนของเธอหัก และหลังจากนั้นมาเธอก็ได้ลาออกจากทีม ก่อนที่เธอจะสำเร็จการศึกษา แต่ทว่าว่าเมื่อเธอกลับมาทำหน้าที่เป็นอาจารย์ประจำบ้าน เธอก็ยังให้ความสนใจต่อทีมควิดดิชอย่างกระตือรือร้น และเธอก็มักจะคอยค้นหาผู้เล่นหน้าใหม่ มาร่วมทีมอยู่เสมอ

เมื่อจบการศึกษาจากฮอกวอตส์ มิเนอร์ว่าได้เข้ารับตำแหน่งใน กระทรวงเวทมนตร์ โดยเธอได้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อยู่ที่ กองบังคับควบคุมกฎหมายเวทมนตร์ และในวันหยุดช่วงฤดูร้อนครั้งสุดท้าย เธอก็ได้ใช้มันเพื่อกลับมาพักผ่อนกับครอบครัวของเธอที่โลกมักเกิ้ล ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่ลอนดอนนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลังจากทำงานได้เพียงไม่กี่เดือน ซึ่งในขณะนั้นมิเนอร์ว่ามีอายุได้ 18 ปี เธอได้ตกหลุมรัก ดูกัล แมคเกรเกอร์ มักเกิ้ลหน้าตาหล่อเหลา และมีอารมณ์ขบขัน ซึ่งเป็นบุตรชายของเจ้าของฟาร์มในท้องถิ่น ทั้งคู่ได้เริ่มทำความรู้จักกันมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่ดูกัลจะคุกเข่าลงบนพื้นนาเพื่อขอเธอแต่งงาน

ในคืนนั้นเองมิเนอร์ว่าตั้งใจที่จะบอกครอบครัวถึงเรื่องการหมั้น แต่ถึงกระนั้น เธอก็พบว่าเธอไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ มิเนอร์ว่านั้นไม่สามารถนอนหลับได้ทั้งคืน เนื่องจากเธอกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับอิโซเบล แม่ของเธอ นั่นก็เป็นเพราะดูกัลไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมิเนอร์ว่าเป็นแม่มด เช้าวันรุ่งขึ้น มิเนอร์ว่าได้ตัดสินใจบอกดูกัลว่า เธอไม่สามารถแต่งงานกับเขาได้ และทั้งคู่ก็ต้องจากกันไปทั้งที่มิเนอร์ว่ายังคงมีความรู้สึกต่อดูกัลอยู่ เนื่องจากหากเธอแต่งงาน นั่นก็หมายถึง การละเมิดบทบัญญัตินานาชาติเกี่ยวกับความลับ และต้องลาออกจากงานที่กระทรวงเวทมนตร์

อย่างไรก็ตาม ชีวิตการทำงานในกระทรวงของมิเนอร์ว่านั้น ไม่มีความสุขเอาเสียเลย เพราะเธอต้องทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานที่ต่อต้านมักเกิ้ล ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพและมากพรสวรรค์ นอกจากนี้เธอยังเป็นที่โปรดปรานของ เอลฟินสโตน เออร์ควอร์ต เจ้านายของเธอนั่นเอง จนในที่สุดหลังจากการทำงานที่กระทรวงเวทมนตร์มาเป็นเวลากว่าสองปี และเธอก็ได้ยื่นจดหมายลาออกต่อกระทรวงเวทมนตร์ หลังจากนั้นไม่นานเธอได้ส่งนกฮูกไปยังฮอกวอตส์ เพื่อสอบถามถึงการสมัครงาน ภายในไม่กี่ชั่วโมง เธอก็ได้รับตอบกลับว่าเธอสามารถทำงานในรายวิชาการแปลงร่างได้ ภายใต้หัวหน้าหมวดแปลงร่างอย่าง อัลบัส ดัมเบิลดอร์

หลังจากปีแรกกับการทำงานที่ฮอกวอตส์ผ่านเลยไป มิเนอร์ว่าก็ยังคงรักษาความสัมพันธ์ ระหว่างเธอกับเออร์ควอร์ต อดีตเจ้านายของเธอที่กระทรวงเวทมนตร์ ได้เป็นอย่างดีมาเสมอ เขามักจะแวะมาที่สก็อตแลนด์ เพื่อเยี่ยมเธอในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ท้ายที่สุดเขาได้ขอเธอแต่งงานในร้านน้ำชาของมาดามพุดดี้ฟุต แต่ทว่ามิเนอร์ว่าที่ยังมั่นคงในรักของดูกัล ได้จึงปฏิเสธเขาไป อย่างไรก็ตาม เอลฟินสโตนก็ไม่เลิกละความพยายามนี้ลงเลย แม้ว่าเธอจะยังคงยืนกรานปฏิเสธเขา หลังจากนั้นไม่นานมิเนอร์ว่าก็เป็นอิสระ ภายหลังการเสียชีวิตของดูกัล แม้ว่าเธอจะเศร้าเสียใจอยู่เป็นเวลานานก็ตามที

ในช่วงหลังสงครามโลกเวทมนตร์ครั้งที่หนึ่ง หลังจากที่โวลเดอร์มอร์พ่ายแพ้ ในฤดูร้อนระหว่างที่เอลฟินสโตนและมิเนอร์ว่า กำลังเดินเล่นที่ริมทะเลสาบฮอกวอตส์ เอลฟินสโตนในวัยที่แก่ชราก็ได้ขอเธอแต่งงานอีกครั้ง และซึ่งครั้งนี้เองมิเนอร์ว่าตอบตกลง พวกเขาทั้งสองได้ซื้อกระท่อมใน หมู่บ้านฮอกส์มี้ด สำหรับอยู่อาศัย เพื่อให้มิเนอร์ว่าสะดวกในการเดินทางไปทำงาน แม้ทั้งคู่จะแต่งงานกัน แต่ทว่ามิเนอร์ว่ายังคงใช้สกุลเดิมของเธอต่อไป จึงทำให้ผู้ที่ยึดถือประเพณีเก่าแก่ ต่างพากันตั้งคำถามและสงสัย ว่าทำไมเธอจึงปฏิเสธที่จะใช้สกุลของตระกูลเลือดบริสุทธิ์ ชีวิตหลังแต่งงานของมิเนอร์ว่าและเอลฟินสโตน เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากครั้งหนึ่งของเธอ และถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่มีลูกด้วยกัน แต่มิเนอร์ว่าก็ยังคงมีหลานที่มักแวะไปเยี่ยมเยียนเธออยู่บ่อยครั้ง

หลังจากที่พวกเขาแต่งงานกันไปได้เกือบสามปี เอลฟินสโตนเสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุที่ถูก ต้นแทนทะคูเลอะมีพิษ กัด มิเนอร์ว่าที่กำลังโศกเศร้า ได้เก็บข้าวของของเธอทันทีที่งานศพของเอลฟินสโตนเสร็จสิ้น เนื่องจากเธอไม่สามารถทนอยู่คนเดียว ในกระท่อมของพวกเขาได้ และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เธอก็ได้อาศัยอยู่ในปราสาทฮอกวอตส์ของเธอ ตั้งแต่นั้นมามิเนอร์ว่าก็ได้ทุ่มเทเวลาทั้งหมดที่เหลืออยู่ เพื่อทำหน้าที่และงานของเธอให้ดีที่สุด

ในช่วงสงครามโลกเวทมนตร์ครั้งที่สอง มิเนอร์ว่าไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสายลับให้กับกระทรวงเวทมนตร์อีกต่อไป เนื่องจากเธอเห็นว่ามีการทุจริตและติดสินบนกันเกิดขึ้นภายในกระทรวงเวทมนตร์ และหลังจากการเผชิญหน้ากับกองทัพผู้เสพความตายที่เข้ามาบุกรุกฮอกวอตส์ ภายหลังจากที่ดัมเบิลดอร์เสียชีวิตลง มิเนอร์ว่าได้กลายมาเป็นหนึ่งในสมาชิกของภาคีนกฟีนิกซ์อย่างเต็มตัว และภายหลังจากที่มีการแต่งตั้ง เซเวอร์รัส สเนป ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ มิเนอร์ว่าได้ยืนหยัดอยู่ภายในโรงเรียนเพื่อปกป้องเด็กนักเรียนของเธอต่อไป และแม้จะเป็นที่รู้กันดีว่า ความจงรักภักดีของเธอที่มีต่อดัมเบิลดอร์นั้นยากที่จะล้มล้าง แต่โวลเดอมอร์ก็ไม่สามารถกำจัดเธอออกไปได้ เพราะเขาเชื่อว่ามิเนอร์ว่ามีค่าเกินกว่าที่จะยอมสูญเสียไป

อย่างไรก็ตามการกระทำของมิเนอร์ว่าในสงครามฮอกวอตส์ ก็พิสูจน์ให้ว่าโวลเดอมอร์คิดผิด ด้วยความจงรักภักดีของเธอที่มีต่อภาคีนั้นไม่เคยสั่นคลอน เธอเป็นหนึ่งในกลุ่มสุดท้ายที่ยังยืนหยัดต่อสู้กับกลุ่มผู้เสพความตาย ต่อมาภายหลังสงคราม มิเนอร์ว่าได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ และได้รับรางวัลทรงคุณค่าอย่าง เหรียญตราแห่งเมอร์ลินชั้นหนึ่งจาก คิงส์ลีย์ ชักเคิลโบลต์ รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ในขณะนั้น นอกจากนี้ชื่อของเธอยังถูกนำไปจัดทำเป็นการ์ดกบช็อกโกแลตอีกด้วยในเวลาต่อมา




รวบรวมโดย ฮอกวอตส์ไทย (http://hogwartsthai.com)
หากนำข้อมูลนี้หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อมูลนี้ไปเผยแพร่ กรุณาให้เครดิตฮอกวอตส์ไทยด้วย




--------------------
Go to the top of the page
+Quote Post

Closed TopicStart new topic

 



RSS Lo-Fi ; ประหยัดแบนวิธ,โหลดเร็ว เวลาในขณะนี้: 20th September 2017 - 03:31 AM