IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )


 
Reply to this topicStart new topic
> ควิดดิชในยุคต่างๆ บทที่ 1 - 3
12 Grimmauld Pla...
โพสต์ Jan 24 2009, 11:36 AM
โพสต์ #1




อดีตรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์
*****



กลุ่ม : จนท.กระทรวงเวทมนตร์
โพสต์ : 975
เข้าร่วม : 13-August 08
หมายเลขสมาชิก : 14
สายเลือด : เลือดบริสุทธิ์
เหรียญตรา:

หีบสัมภาระ

ไม้กายสิทธิ์
ไม้: -- | ยาว: --
แกนกลาง: --
ความยืดหยุ่น: --

สัตว์เลี้ยง











==================================================


บทที่ 1 - 3





คำนิยมหนังสือควิดดิชในยุคต่างๆ


"การค้นคว้าที่ใช้ความพยายามและระมัดระวังยิ่งของ เคนนิลเวอร์ที วิสป์ ช่วยเปิดเผยกรุขุมทรัพย์ของจริงเกี่ยวกับข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อน เรื่องกีฬาของพ่อมดแม่มด เป็นหนังสือที่ควรอ่านมาก"
- บาทิลด้า แบ็กช็อต, ผู้เขียน ประวัติศาสตร์เวทมนตร์


"วิสป์เขียนหนังสือที่อ่านสนุกตลอดทั้งเล่มจริงๆ แฟนๆควิดดิชต้องรู้สึกแน่นอนว่าหนังสือเล่มนี้ ให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลิน"
- บรรณาธิการ นิตยสารไม้กวาดไหนดี


"เป็นงานเกี่ยวกับต้นกำเนิดและประวัติของควิดดิชที่เด็ดขาดจริงๆ สมควรอ่านอย่างยิ่ง"
- บรูตัส สคริมเจียร์, ผู้เขียน คัมภีร์ของบีตเตอร์


"คุณวิสป์ทำท่าว่าจะไปได้ไกล ถ้าเขายังผลิตผลงานดีๆ แบบนี้ออกมาเรื่อยๆ ต่อไปสักวันหนึ่งเขาคงได้มาร่วมรายการถ่ายภาพโฆษณาหนังสือกับผม!"
- กิลเดอรอย ล็อกฮาร์ต, ผู้เขียน ผู้วิเศษ ผมเอง


"พนันเอาอะไรก็ได้ รับรองว่าหนังสือเล่มนี้ต้องเป็นเบสต์เซลเลอร์แน่นอน เอาน่า มาพนันกันหน่อย"
- ลุดวิค แบ็กแมน, บีตเตอร์ทีมชาติอังกฤษและทีมสโมสรวิมบอร์น วอพส์


"ดิฉันเคยอ่านเรื่องที่แย่กว่านี้ค่ะ"
- ริต้า สกีตเตอร์, หนังสือพิมพ์เดลี่พรอเฟ็ต


==================================================



เกี่ยวกับผู้เขียน


เคนนิลเวอร์ที วิสป์ เป็นผู้เชี่ยวชาญกีฬาควิดดิชที่มีชื่อเสียงมาก (และเขาบอกว่า คลั่งเกมนี้มากด้วย) เขาแต่งหนังสือเกี่ยวกับควิดดิชไว้หลายเล่ม ได้แก่ เรื่องมหัศจรรย์ของทีมวิกทาวน์วันเดอเรอส์ เขาบินราวคนบ้า (ชีวประวัติของได ลูเอลเลน ตัวอันตราย) และสู้กับบลัดเจอร์ : การศึกษาเรื่องยุทธวิธีป้องกันในกีฬาควิดดิช

เคน นิลเวอร์ที วิสป์ แบ่งเวลาระหว่างอยู่ที่บ้านที่นอตติงแฮมเชอร์และ "ไปทุกแห่งที่ทีมวิกทาวน์วันเดอเรอส์ลงแข่งสัปดาห์นี้" งานอดิเรกของเขาคือเล่นเกมแบกแกมมอน ทำอาหารเจ และสะสมไม้กวาดชั้นเยี่ยม


==================================================



คำนำ


ควิดดิชในยุคต่างๆ เป็นหนึ่งในหนังสือยอดนิยมหลายๆ เล่มของห้องสมุดโรงเรียนฮอกวอตส์ มาดามพินซ์ บรรณารักษ์ของเรา บอกผมว่าหนังสือเล่มนี้ "มีคนลูบคลำ ทำน้ำลายหยดใส่ และถูกทรมานทรกรรม" เป็นประจำเกือบทุกวัน ต้องถือว่าเป็นคำชมสูงส่งสำหรับหนังสือเล่มไหนก็ตาม คนที่เล่นหรือดูเกมควิดดิชอย่างสม่ำเสมอคงจะชื่นชมหนังสือของคุณวิสป์มาก รวมทั้งพวกเราที่สนใจประวัติศาสตร์ที่กว้างไกลของพ่อมดศาสตร์ด้วย เพราะในขณะที่เราพัฒนาเกมควิดดิช ควิดดิชเองก็พัฒนาพวกเราเหมือนกัน ควิดดิชนี้ชักนำพ่อมดแม่มดจากทุกสาขาอาชีพมารวมกัน ร่วมกันยินดีเบิกบานในช่วงเวลาแห่งชัยชนะ และ (สำหรับพวกที่สนับสนุนทีมชัดลีย์ แคนนอนส์) ร่วมกันหดหู่ใจในช่วงเวลาแห่งความผิดหวัง

ผมต้องสารภาพตรงๆ ว่าลำบากมากที่จะเกลี้ยกล่อมให้มาดามพินซ์ยอมพรากจากหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งของเธอ เพื่อว่าจะเอาไปพิมพ์ซ้ำ เพื่อจะได้อ่านกันแพร่หลายกว้างขวางขึ้น อันที่จริงเมื่อผมบอกเธอว่าจะเอาไปพิมพ์เผยแพร่ให้ผู้อ่านมักเกิ้ล เธอก็เป็นใบ้ไปชั่วขณะ ไม่ขยับหรือกระพริบตาไปหลายนาทีทีเดียว เมื่อเธอได้สติ เธอก็มีสติพอที่จะถามผมว่าผมเสียสติไปหรือเปล่า ผมเต็มอกเต็มใจพูดให้เธอมั่นใจว่าผมไม่ได้เสียสติไปหรอก แล้วก็อธิบายต่อไปว่าทำไมผมถึงได้ตัดสินใจทำอะไรที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

พวกผู้อ่านมักเกิ้ลคงไม่ต้องการคำแนะนำใดๆ เกี่ยวกับงานของกองทุนคอมิกรีลีฟ ดังนั้นผมจะพูดซ้ำข้อความที่ผมอธิบายให้มาดามพินซ์ฟัง เพื่อแม่มดพ่อมดที่ซื้อหนังสือเล่มนี้จะได้เข้าใจไปด้วย คอมิกรีลีฟเป็นกองทุนที่ใช้เสียงหัวเราะต่อสู้กับความยากจน ความอยุติธรรม และภัยพิบัติต่างๆ การแสดงตลกหลากหลายทำรายได้จำนวนมหาศาลให้กองทุน (ได้เงินถึง 174 ล้านปอนด์ตั้งแต่กองทุนนี้ก่อตั้งมาเมื่อ ค.ศ.1985 ก็เป็นเงินราวๆ กว่าสามสิบสี่ล้านเกลเลียน) เมื่อคุณซื้อหนังสือเล่มนี้ (และผมขอแนะนำให้คุณซื้อ เพราะถ้าคุณอ่านมาถึงหน้านี้แล้วไม่จ่ายเงินให้เรา คุณอาจพบว่าคุณตกเป็นเป้าของคำสาบหัวขโมย) คุณก็จะได้มีส่วนช่วยสนับสนุนกิจกรรมที่แสนวิเศษนี้ด้วย

ผมคงจะหลอกผู้อ่าน ถ้าผมบอกว่า คำอธิบายนี้ทำให้มาดามพินซ์สบายใจที่จะมอบหนังสือของห้องสมุดให้พวกมักเกิ้ล เธอเสนอทางเลือกให้ผมหลายทาง เช่น ให้บอกคนที่กองทุนคอมิกรีลีฟว่าห้องสมุดถูกไฟไหม้วอดวายหมดแล้ว หรือง่ายหน่อยก็แกล้งทำเป็นว่าผมตายอย่างกะทันหันโดยที่ไม่ทันสั่งการอะไรไว้ เมื่อผมบอกเธอว่าผมพอใจแผนการแรกของผมมากกว่า เธอก็ยอมส่งมอบหนังสือให้อย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไรนัก อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาที่ต้องปล่อยมือจากหนังสือ เธอก็เกิดประสาทเสียขึ้นมา ผมต้องใช้กำลังสุดแรงแกะนิ้วเธอออกจากสันหนังสือทีละนิ้วๆ เลยทีเดียว

แม้ว่าผมจะถอนคาถาธรรมดาๆ สำหรับหนังสือในห้องสมุดที่ลงไว้ในหนังสือเล่มนี้ออกไปแล้ว แต่ผมไม่อาจให้คำมั่นสัญญาได้ว่าจะไม่มีคาถาหลงเหลืออยู่เลย เป็นที่รู้กันดีว่ามาดามพินซ์มักจะใส่คำสาป "ไม่ธรรมดา" ในหนังสือที่เธอดูแลด้วย เมื่อปีกลายผมเองเผลอขีดเขียนอะไรเล่นในหนังสือเรื่อง 'ทฤษฎีการแปลงร่างผ่านวัตถุ' ปรากฏว่าอึดใจต่อมาหนังสือก็ไล่ฟาดหัวผมอย่างดุเดือด ดังนั้นโปรดปฏิบัติต่อหนังสือเล่มนี้อย่างระมัดระวังด้วย อย่าฉีกหน้าไหนในหนังสือเล่มนี้ อย่าทำหนังสือตกลงไปในอ่างอาบน้ำ ผมไม่อาจสัญญาได้ว่ามาดามพินซ์จะไม่กระโจนเข้าใส่คุณ ไม่ว่าคุณอยู่ที่ไหนก็ตาม และเรียกเอาค่าปรับแพงๆ

สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณพวกคุณที่ช่วยสนับสนุนกองทุนคอมิกรีลีฟ และขอร้องพวกมักเกิ้ลไม่ให้ทดลองเล่นควิดดิชที่บ้าน (แน่นอนเพราะว่ามันเป็น กีฬาที่สมมุติขึ้นมา ไม่มีใครเล่นได้จริงๆ หรอก) และผมขอถือโอกาสนี้อวยพรให้ทีมพัดเดิลเมียร์ ยูไนเต็ด โชคดีตลอดการแข่งขันในฤดูหน้าด้วยครับ

อัลบัส ดัมเบิลดอร์


==================================================



บทที่ 1 วิวัฒนาการของไม้กวาดบิน


ไม่มีคาถาใดที่เสกให้พ่อมดแม่มดสามารถบินได้ในร่างของมนุษย์ โดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วย มีพวกพ่อมดแม่มดแอนนิเมไจน้อยคนที่สามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ปีกและบินได้ แต่ก็หาได้ยากมาก แม่มดหรือพ่อมดที่แปลงร่างเป็นค้างคาวได้นี้ พบว่าเธอหรือเขาบินเหินฟ้าได้ แต่กลับมีสมองเล็กเท่าค้างคาวไปด้วย ดังนั้นแน่นอนที่พวกเขาก็เลยลืมสนิทว่าอยากบินได้ที่ไหนทันทีที่เริ่มออกบิน การลอยตัวในอากาศเป็นเรื่องสามัญที่พ่อมดแม่มดทำกันได้อยู่แล้ว แต่บรรพบุรุษของพวกเราไม่พอใจแค่ลอยตัวสูง 5 ฟุตเหนือพื้นดิน พวกเขาต้องการมากกว่านั้น พวกเขาต้องการบินได้ให้เหมือนนก แต่ไม่ต้องการยุ่งยากปลูกขนแบบขนนกทั่วตัว

ทุกวันนี้พวกเราเคยชินเสียแล้วกับเรื่องที่ว่าครอบครัวพ่อมดแม่มดทุกครอบครัวใน เกาะบริเตน ต่างมีไม้กวาดเหาะอย่างน้อย 1 ด้ามที่บ้าน พวกเราถึงไม่ค่อยหยุดคิดถามตัวเองว่าทำไม ทำไมไม้กวาดที่ต่ำต้อยนี้ถึงได้กลายเป็นวัตถุหนึ่งที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้ เป็นเครื่องมือ สำหรับการเดินทางของพ่อมดแม่มด ทำไมพวกเราในโลกตะวันตกถึงไม่ใช้พรมซึ่งเป็นที่นิยมของเพื่อนพ้องของเราใน โลกตะวันออก ทำไมพวกเราถึงไม่เลือกใช้ถังบิน เก้าอี้นวมเหาะ หรืออ่างอาบน้ำบิน ทำไมถึงต้องเป็นไม้กวาด

พวกพ่อมดแม่มดฉลาดพอที่จะรู้ว่า ถ้าเพื่อนบ้านมักเกิ้ลล่วงรู้ถึงอำนาจเวทมนตร์ของพวกเขา ก็คงจะหาทางเอารัดเอาเปรียบใช้ประโยชน์จากเวทมนตร์เต็มที่ ดังนั้นพ่อมดแม่มดจึงมักเก็บตัวเงียบ ไม่สังสรรค์กับเพื่อนบ้านมักเกิ้ลตั้งแต่ก่อนจะมีการประกาศใช้กฎหมายนานาชาติ เรื่องความลับของพ่อมด ถ้าพวกเขาต้องเก็บเครื่องมือช่วยบินไว้ในบ้าน เครื่องมือนั้นก็จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ไม่ผิดสังเหต และซ่อนได้ง่ายๆ ไม้กวาดถึงเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุดสำหรับจุดมุ่งหมายนี้ ไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ ไม่ต้องมีข้อแก้ตัวถ้าพวกมักเกิ้ลมาเจอไม้กวาดในบ้าน ทั้งยังขนไปไหนๆ ได้ง่าย และราคาไม่แพงอีกด้วย อย่างไรก็ถาม ไม้กวาดที่ถูกเสกให้บินได้อันแรกๆ มีข้อด้อยอยู่บ้างบางประการ

มีหลักฐานระบุว่าพ่อมดแม่มดในยุโรปใช้ไม้กวาดบินตั้งแต่เมื่อ ค.ศ.962 เอกสารภาษาเยอรมันประกอบภาพวาดจากในยุคนี้ แสดงภาพผู้มีอำนาจวิเศษ 3 คนกำลังลงจากไม้กวาด มีสีหน้าทุกข์ทรมานมาก กัดทรี ล็อกคริน พ่อมดชาวสกอตบันทึกไว้เมื่อ ค.ศ.1107 เล่าถึงสภาพของ "ก้นแตกเป็นลายและริดสีดวงกำเริบ" ที่เขาต้องทนทรมานหลังจากใข้ไม้กวาดบินเป็นระยะทางสั้นๆ ระหว่างเมืองมอนโทรส ถึงเมืองอาร์โบรท

ไม้กวาดในยุคกลางที่แสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ควิดดิชในกรุงลอนดอน ช่วยให้เราเข้าใจซาบซึ้งถึงความทุกข์ทรมานของล็อกคริน ไม้กวาดนั้นมีด้ามทำด้วยไม้แอชที่ตะปุ่มตะป่ำ ซึ่งไม่ได้ลงน้ำมัน ที่ปลายด้ามมีกิ่งไม้แฮเซิลผูกติดไว้ลวกๆ ไม้กวาดนี้ทั้งนั่งไม่สบายและไม่ลู่ลมเลย คาถาที่เสกเป่าไม้กวาดก็เป็นคาถาพื้นๆ มาก แค่บินไปข้างหน้าได้ด้วยความเร็วระดับหนึ่ง แล้วบินขึ้น บินลง และหยุดได้เท่านั้น

เนื่องจากในสมัยนั้น ครอบครัวที่มีพ่อมดแม่มดต่างผลิตไม้กวาดของตนเอง ไม้กวาดจึงมีความแตกต่างกันมากเรื่องอัตราความเร็ว ความสบาย และการเคลื่อนย้าย อย่างไรก็ตาม ราวคริสต์ศตวรรษที่ 12 พ่อมดเรียนรู้ที่จะแลกเปลี่ยนบริการสินค้าซึ่งกันและกัน ดังนั้นคนที่ชำนาญเรื่องการทำไม้กวาด สามารถแลกเปลี่ยนไม้กวาดกับน้ำยาที่เพื่อนบ้านของเขาอาจปรุงได้ดีกว่า เมื่อไม้กวาดเริ่มนั่งได้สบายขึ้นแล้ว พ่อมดแม่มดก็เริ่มใช้ไม้กวาดบินไปมาเพื่อความสนุกเพลิดเพลิน แทนที่จะใช้เป็นเครื่องช่วยเดินทางจากจุด ก. ไปที่จุด ข. แต่อย่างเดียว



==================================================



บทที่ 2 การละเล่นด้วยไม้กวาดในสมัยโบราณ


กีฬาที่ใช้ไม้กวาด เริ่มขึ้นเกือบจะทันทีที่ไม้กวาดได้พัฒนามากพอที่ผู้บินสามารถเลี้ยวโค้ง และปรับอัตราความเร็วและความสูงได้ งานเขียนและภาพวาดของพ่อมดแม่มดในยุคต้นๆ ช่วยให้เรารู้ว่ามีการละเล่นใดบ้างที่บรรพบุรุษของเราชอบเล่น และหลายอย่างได้พัฒนาต่อมาเป็นกีฬาที่เรารู้จักดีในปัจจุบัน

การแข่งไม้กวาดประจำปีที่มีชื่อเสียงมากของสวีเดน เริ่มต้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10 ผู้เล่นแข่งกันบินจากเมืองคอพพาเบิร์กไปยังเมืองอาร์จีพล็อก ซึ่งเป็นระยะทางมากกว่า 300 ไมล์เล็กน้อย เส้นทางนั้นต้องผ่านบริเวณเขตสงวนของมังกร ถ้วยรางวัลทำด้วยเงินใบใหญ่จึงทำเป็นรูปมังกรพันธุ์สวีเดนจมูกสั้น ทุกวันนี้การแข่งขันกลายเป็นงานระดับนานาชาติ พ่อมดแม่มดทุกเชื้อชาติจะมาชุมนุมกันที่คอพพาเบิร์ก เพื่อเชียร์ผู้แข่งขันที่จุดเริ่มต้น แล้วหายตัวไปยังเมืองอาร์จีนพล็อก เพื่อแสดงความยินดีกับผู้ที่รอดมาได้

ภาพวาดที่มีชื่อเสียงชื่อ Gunther der Gewalttatige ist der Gewinner (กุนเทอร์จอมรุนแรงเป็นผู้ชนะ) ที่วาดเมื่อ ค.ศ.1105 แสดงถึงการละเล่นของเยอรมันในสมัยโบราณที่เรียกว่า สติชสต็อก (Stichstock) มีเสาสูง 20 ฟุต แขวนถุงกระเพาะปัสสาวะของมังกรที่เป่าลมไว้พอง ผู้เล่นคนหนึ่งที่ขี่อยู่บนไม้กวาด ได้รับมอบหมายให้เป็นคนป้องกันถุงกระเพาะปัสสาวะ คนเฝ้ารักษาถุงนี้มีเชือกผูกไว้ที่เอวพันไว้กับเสา ส่วนผู้เล่นคนอื่นก็ผลัดกันบินเข้ามาที่ถุงกระเพาะปัสสาวะ พยายามเจาะถุงให้แตกด้วยปลายด้ามไม้กวาดที่ฝนจนแหลมเป็นพิเศษ ผู้รักษาถุงกระเพาะปัสสาวะได้รับอนุญาตให้ใช้ไม้กายสิทธิ์สกัดกั้นการบุกรุกนี้ได้ การเล่นยุติลงเมื่อถุงถูกเจาะแตก หรือเมื่อผู้รักษาถุงสามารถเสกคาถาใส่คู่ต่อสู้ออกไปจากการแข่งขันได้หมด หรือถ้าผู้รักษาถุงนั้นล้มพับลงเพราะหมดแรง เกมสติชสต็อกนี้เลิกไปในคริสต์ศตวรรษที่ 14

ในไอร์แลนด์มีการเล่นเกมที่เรียกว่า ไอจินเจน (Aingingein) เป็นที่นิยมกว้างขวาง มีผู้แต่งเพลงโบราณเกี่ยวกับเกมนี้ไว้มากมายหลายเพลง (อ้างกันว่าฟิงกัลผู้ไร้ความกลัว พ่อมดที่มีชื่อเสียงเลื่องลือของไอร์แลนด์ เป็นแชมเปี้ยนเกมไอจินเจนนี้) วิธีการเล่นคือ ผู้เล่นแต่ละคนจะผลัดกันถือลูกบอลที่เรียกว่าดอม (คือถุงน้ำดีของแพะนั่นเอง) บินเร็วจี๋ผ่านแถวถังไม้ที่มีไฟลุกโพลง ถังไม้ตั้งอยู่บนเสาสูงลิบลิ่วในอากาศ เมื่อถึงถังใบสุดท้าย ต้องโยนลูกดอมลงไปในถัง ผู้เล่นที่สามารถบินพาลูกดอมไปถึงถังใบสุดท้ายได้ในเวลาที่เร็วที่สุด โดยไม่ติดไฟลุกไหม้ระหว่างทาง ถือว่าเป็นผู้ชนะ

สกอตแลนด์เป็นแหล่งกำเนิดการเล่นไม้กวาดที่อาจอันตรายที่สุดก็ว่าได้ เกมนี้เรียกว่า ครีโอเชี่ยม (Creaothcean) เกมนี้มีกล่าวถึงในบทกลอนเศร้าบทหนึ่งในภาษาเกลิก ที่ประพันธ์ไว้เมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 11 จากบทแรกเมื่อแปลแล้วมีใจความว่า

กลุ่มผู้เล่นสิบสองชายใจเริงร่า
หม้อใหญ่มารัดเทินหัวเตรียมตัวเหิน
เสียงแตรเป่าเขาทะยานสู่ฟ้าเพลิน
แต่เหลือเกินที่สิบชายต้องตายเอย

ผู้เล่นเกมนี้แต่ละคนจะมีหม้อใหญ่ผูกไว้บนหัว เมื่อเสียงเป่าแตรหรือเสียงกลองดังขึ้น ก้อนหินและหินก้อนใหญ่ๆ นับร้อยๆ ก้อนที่ถูกเสกเป่าให้ลอยอยู่ประมาณร้อยฟุตเหนือพื้นดิน จะเริ่มร่วงหล่นมาใส่พื้น ผู้เล่นเกมครีโอเชี่ยนต้องพุ่งทะยานขึ้นไปในท้องฟ้า พยายามเก็บก้อนหินใส่หม้อบนหัวให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในยุคกลางเกมนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะพ่อมดชาวสกอตถือว่าเป็นสุดท้ายของการพิสูจน์ความกล้าหาญและความเป็นลูกผู้ชาย แม้จะมีคนตายเพราะเกมนี้เป็นจำนวนมากมายก็ตาม เกมนี้ถูกประกาศให้เป็นการเล่นที่ผิดกฎหมายเมื่อ ค.ศ.1762 และแม้ว่าแมกนัส แมกโดนัลด์ (สมญาว่าแมกนัสหัวบุบ) จะเป็นหัวหอกเรียกร้องให้นำกลับมาเล่นใหม่เมื่อช่วงทศวรรษที่ 1960 กระทรวงเวทมนตร์ก็ปฏิเสษที่จะยกเลิกการสั่งห้าม

ซันต์บันส์ (Shuntbumps) เป็นเกมที่นิยมเล่นกันแพร่หลายในเดวอน ประเทศอังกฤษ ลักษณะเหมือนการเล่นชนทวนของอัศวินยุคกลาง จุดมุ่งหมายเดียวคือชนให้ผู้เล่นคนอื่นๆ ตกจากไม้กวาดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คนสุดท้ายที่ยังนั่งอยู่บนไม้กวาดถือเป็นผู้ชนะ

สวีฟเวินฮอช (Swivenhodge) เริ่มเล่นในเฮียฟอร์ดเชอร์ เกมนี้เหมือนเกมสติชสต็อกตรงที่ว่าใช้ถุงกระเพาะปัสสาวะที่เป่าลมจนพอง แต่มักเป็นกระเพาะหมูมากกว่า คนเล่นนั่งกลับหลังบนไม้กวาด ใช้กิ่งไม้ที่ปลายไม้กวาดตีถุงกระเพาะให้ลอยไปข้างหน้าหรือกลับหลังข้ามรั้วต้นไม้ ผู้เล่นคนแรกที่ตีพลาดเสียหน่งแต้มให้คู่ต่อสู้ ข้างที่ได้ 50 แต้มก่อนคือผู้ชนะ

เกมสวีฟเวินฮอชนี้ยังคงเล่นอยู่ในประเทศอังกฤษ แม้ว่าจะไม่ได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วก็ตาม ส่วนเกมซันต์บัมส์ ตอนนี้เป็นแค่เกมของพวกเด็กๆ อย่างไรก็ตาม ที่หนองน้ำชื่อเควียดิช การละเล่นอย่างหนึ่งเกิดขึ้น และวันหนึ่งจะกลายเป็นกีฬาสุดยอดนิยมในโลกของผู้วิเศษ


==================================================



บทที่ 3 การละเล่นจากหนองน้ำเควียดิช

"วันอังคาร ร้อนชะมัด พวกคนที่อยู่อีกฝั่งของหนองมาเล่นกันอีกแล้ว เล่นเกมโง่ๆ บนไม้กวาด ลูกบอล หนังใบเบ้อเริ่มหล่นแหมะลงมาบนแปลงกะหล่ำปลีของฉัน ฉันเลยว่าคาถาใส่เจ้าคนที่มาเก็บลูกซะเลย ฉันอยากเห็นเจ้าคนนั้นบินด้วยหัวเข่าที่หมุนกลับหลังไปหน้าจริงๆ ไอ้หมูตอนอ้วนขนยาว"

"วันอังคาร เฉอะแฉะป็นบ้า ออกไปริมหนอง ไปเก็บต้นเน็ตเทิล พวกปัญญาอ่อนบนไม้กวาดมาเล่นกันอีกตามเคย ฉันแอบดูอยู่ประเดี๋ยวหนึ่งที่หลังก้อนหิน พวกมันมีลูกบอลใบใหม่ เล่นขว้างรับกัน แล้วพยายามขว้างลูกบอลไปให้ติดบนต้นไม้ที่ปลายใดปลายหนึ่งของหนอง เฮอะ! ไม่เห็นได้เรื่องได้ราวอะไรเลย"

"วันอังคาร ลมแรงจริงๆ กวีนน็อกมาดื่มชาเน็ตเทิลกับฉัน แล้วชวนฉันออกไปเลี้ยงตอบแทนข้างนอก ลงท้ายนั่งดูเจ้าพวกกะโหลกทึบเล่นเกมที่หนอง ผู้วิเศษชาวสกอตตัวเบิ้มจากบนเขาก็มาเล่นกับเขาด้วย ตอนนี้พวกนั้นมีก้อนหินใหญ่ๆ หนักๆ 2 ก้อนบินไปรอบๆ คอยชนคนเล่นให้ล้มตกจากไม้กวาด โชคไม่ดี ไม่มีใครตกจากไม้กวาดตอนที่ฉันดูอยู่ กวีนน็อกบอกฉันว่าเค้าเองก็เล่นเกมนี้บ่อยๆ เฮอะ! กลับบ้านด้วยความสะอิดสะเอียนใจ"

ข้อความที่คัดมานี้ ให้ความรู้กระจ่างแก่เรา มากกว่าที่เกอร์ตี้ เค็ดเดิลจะคาดคิด นอกจากเรื่องว่าเธอรู้จักชื่อวันแค่วันเดียวในสัปดาห์แล้ว ความรู้ประการแรก คือ ลูกบอลที่หล่นลงมาในแปลงกะหล่ำปลีของเธอ ทำจากหนังเหมือนกับลูกควัฟเฟิลในปัจจุบันแน่นอน เพราะว่าลูกบอลที่ทำจากถุงกระเพาะเป่าลมให้พองในเกมการเล่นด้วยไม้กวาดอื่นๆ ในยุคนั้นคงยากที่จะขว้างให้ได้แม่นยำ โดยเฉพาะเมื่อลมพัดแรงจัด ประการที่ 2 เกอร์ตี้เล่าให้เราฟังว่า พวกคนเล่นพยายามขว้างลูกบอลไปให้ติดต้นไม้ที่ปลายใดปลายหนึ่งของหนอง เห็นได้ชัดว่านี้เป็นการทำคะแนนในช่วงยุคต้นๆ ประการที่ 3 เธอทำให้เราเห็นต้นกำเนิดของลูกบลัดเจอร์ด้วยนิดหนึ่ง ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือว่า ผู้วิเศษชาวสกอตตัวเบิ้ม ปรากฏตัวด้วย เป็นไปได้ไหมว่าเขาเป็นผู้เล่นเกมครีโอเชี่ยน เป็นความคิดของเขาหรือเปล่า ที่เสกให้ก้อนหินใหญ่ๆ บินพุ่งเร็วจี๋และอันตรายไปรอบๆสนาม โดยได้แรงบันดาลใจมาจากก้อนหินใหญ่ที่ใช้ในการเล่นเกมประจำชาติของเขา

เราไม่พบหลักฐานอื่นที่กล่าวถึงกีฬาที่เล่นกันที่หนองน้ำเควียดิชอีก จนกระทั่ง 1 ศตวรรษต่อมา เมื่อพ่อมดชื่อกู๊ดวิน นีน จับปากกาขนนกเขียนจดหมายถึงลูกพี่ลูกน้องชาวนอร์เวย์ชื่อโอลาฟ นีน ซึ่งอาศัยอยู่ที่ยอร์กเชอร์ จากจดหมายนี้แสดงให้เห็นว่ากีฬานี้ได้เผยแพร่ไปเกาะบริเตนในช่วง 100 ปีหลังจากที่เกอร์ตี้ ได้เห็นการเล่นนี้ป็นคนแรก

จดหมายของนีน เก็บรักษาไว้ที่หอจดหมายเหตุของกระทรวงเวทมนตร์นอร์เวย์

โอลาฟที่รัก

เป็นไงบ้าง ฉันสบายดี แม้ว่ากันฮิลด้าจะเป็นโรคอีสุกอีใสมังกรนิดหน่อยก็ตาม
เราเล่นเกมควิชดิชกันสนุกมากเมื่อคืนวันเสาร์ แม้ว่ากันฮิลด้าที่น่าสงสารจะเล่นเป็นแคตเซอร์ไม่ได้ และเราต้องให้ราดอล์ฟ ช่างตีเหล็กเป็นแทน ทีมจากอิลกลีเล่นได้ดี แต่ไม่ใช่คู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อกับทีมของเราหรอก เพราะเราซ้อมหนักมาตลอดเดือนและทำคะแนนได้ถึง 42 หนแน่ะ ราดอล์ฟถูกลูกบลัดเดร์ฟาดหัวเอา เพราะตาแก่อุกก้าใช้กระบองได้ไม่เร็วพอ ถังไม้ที่ใช้ทำแต้มแบบใหม่นี้ใช้ได้ดีทีเดียว เราแขวนถังไม้ไว้ 3 ใบที่ปลายเสาสูง อูน่าจากโรงแรมเป็นคนให้ถังพวกนี้กับเรา เธอยังให้พวกเรากินเหล้ามี้ดได้ฟรีตลอดคืนเลยด้วยแหละ เพราะพวกเราชนะ กันฮิลด้ายัวะนิดหน่อยที่ฉันกลับบ้านดึกมาก ฉันต้องมุดหลบคาถาร้ายๆ ตั้งหลายคาถา แต่ยังไงๆ ฉันก็ได้นิ้วมือกลับคืนมาครบแล้วละตอนนี้

ฉันส่งจดหมายนี้มากับนกฮูกตัวดีที่สุดที่ฉันมี หวังว่ามันคงส่งได้สำเร็จนะ

จากญาติของนาย
กู๊ดวิน

ตอนนี้เราเห็นว่ากีฬาควิชดิชได้พัฒนาก้าวหน้าไปมากเพียงใดในช่วง 1 ศตวรรษ ภรรยาของกู๊ดวินควรมีหน้าที่เล่นเป็นแคตเชอร์ คำนี้หน้าจะเป็นศัพท์เก่าที่หมายถึงเชสเซอร์ ลูกบลัดเดอร์ (ไม่ต้องสงสัยเลยคือลูกบลัดเจอร์นั่นเอง) ที่ชนราดอล์ฟช่างเหล็กน่าจะถูกอุกก้าปัดออกไป เห็นได้ชัดๆ ว่าอุกก้าเล่นเป็นบีตเตอร์เพราะถือกระบอง ต้นไม้ไม่ใช่ประตูอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นถังไม้ที่แขวนไว้บนปลายเสาสูง อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบสำคัญมากอย่างหนึ่งในการเล่นนี้ยังขาดหายไป นั่นคือ ลูกสนิชสีทอง ลูกบอลลูกที่ 4 ในเกมควิชดิช ยังไม่ปรากฏโฉมในเกมนี้จนถึงกลางคริสต์ศวรรษที่ 13 และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเกมด้วยวิธีการประหลาดมากทีเดียว


==================================================



ข้อมูลจาก หนังสือควิชดิชในยุคต่างๆ (Quidditch Through the Ages)
รวบรวมโดย ฮอกวอตส์ไทย (http://hogwartsthai.com)




คุณ Madam Pince ได้แก้ไขข้อความนี้ ครั้งล่าสุดเมื่อ Oct 5 2017, 12:10 PM



--------------------


.................................................................

( っ '3')づ .·´¯`·.¸¸.·´¯`·.¸¸.ஐ
( っ '3')づ .·´¯`·.¸¸.·´¯`·.¸¸.ஐ
( っ '3')づ .·´¯`·.¸¸.·´¯`·.¸¸.ஐ
( っ '3')づ .·´¯`·.¸¸.·´¯`·.¸¸.ஐ
( っ '3')づ .·´¯`·.¸¸.·´¯`·.¸¸.ஐ
( っ '3')づ .·´¯`·.¸¸.·´¯`·.¸¸.ஐ
( っ '3')づ .·´¯`·.¸¸.·´¯`·.¸¸.ஐ

I will stand by you forever, HogThai

Go to the top of the page
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic

 



RSS Lo-Fi ; ประหยัดแบนวิธ,โหลดเร็ว เวลาในขณะนี้: 27th June 2019 - 01:21 PM