IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )


 
Reply to this topicStart new topic
> ควิดดิชในยุคต่างๆ บทที่ 9 - 10
12 Grimmauld Pla...
โพสต์ Jan 24 2009, 10:51 AM
โพสต์ #1




อดีตรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์
*****



กลุ่ม : จนท.กระทรวงเวทมนตร์
โพสต์ : 975
เข้าร่วม : 13-August 08
หมายเลขสมาชิก : 14
สายเลือด : เลือดบริสุทธิ์
เหรียญตรา:

หีบสัมภาระ

ไม้กายสิทธิ์
ไม้: -- | ยาว: --
แกนกลาง: --
ความยืดหยุ่น: --

สัตว์เลี้ยง











==================================================


บทที่ 9 - 10





บทที่ 9 พัฒนาการของไม้กวาดแข่ง


ก่อนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 กีฬาควิดดิชเล่นกันโดยใช้ไม้กวาดประจำวันที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันมาก ไม้กวาดเหล่านี้ที่จริงก็ได้พัฒนาไปไกลจากไม้กวาดในยุคกลางมามากแล้ว การประดิษฐ์คาถาเบาะรองนั่งโดยเอลเลียต สเม็ตวิก เมื่อ ค.ศ.1820 ช่วยทำให้ไม้กวาดนั่งสบายกว่าแต่ก่อนมาก อย่างไรก็ตาม ไม้กวาดทั่วๆ ไปในคริสต์ศตวรรษที่ 19 นั้นไม่สามารถบินขึ้นไปด้วยความเร็วสูงได้ และยิ่งยากที่จะควบคุมได้ดีเมื่อบินขึ้นไปถึงระดับที่สูงมากๆ ได้ ไม้กวาดเหล่านี้มักจะประดิษฐ์ด้วยมือ โดยช่างไม้กวาดแต่ละคน และแม้ว่าไม้กวาดพวกนี้จะเป็นที่นิยมชมชื่นกันในด้านรูปแบบและฝีมือ แต่สมรรถภาพของไม้กวาดนั้นมักจะไม่เท่าเทียมกับรูปร่างที่สวยงามเลย


ตัวอย่างของไม้กวาดประเภทนี้คือ ไม้กวาดโอ๊กชาฟต์ 79 (Oakshaft 79) ซึ่งตั้งชื่อนี้เพราะต้นแบบแรกนั้นสร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1879 ประดิษฐ์โดยอีไลอัส กริมสโตน ช่างทำไม้กวาดแห่งเมืองปอร์ตสมัท ไม้กวาดโอ๊กชาฟต์นี้สวยงามมาก ด้ามทำด้วยไม้โอ๊กหนา ออกแบบมาเพื่อให้บินได้นานและแข็งแรงพอจะต้านกระแสลมแรงๆ ได้ ไม้กวาดโอ๊กชาฟต์ในปัจจุบันถือว่าเป็นไม้กวาดมีระดับชั้นเยี่ยม แต่ความพยายามที่จะใช้ไม้กวาดนี้ในการแข่งขันควิดดิชไม่เคยประสบความสำเร็จเลย เพราะมันอุ้ยอ้ายเกินกว่าจะเลี้ยวโค้งได้เมื่อบินมาด้วยความเร็วสูง ดังนั้นไม้กวาดโอ๊กชาฟต์จึงไม่เคยเป็นที่นิยมของพวกที่ถือความคล่องแคล่วว่องไว สำคัญเหนือกว่าความปลอดภัย กระนั้นไม้กวาดนี้ก็เป็นที่จดจำระลึกถึงเสมอในฐานะไม้กวาดที่ โจคุนด้า ไซกส์ ใช้บินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1935 (ก่อนหน้านั้นเมื่อต้องเดินทางเป็นระยะไกลๆ พ่อมดแม่มดพอใจที่จะเดินทางด้วยเรือโดยสารมากกว่าจะไว้ใจเดินทางด้วยไม้กวาด การหายตัวก็ไว้ใจไม่ได้ถ้าระยะทางไกลมาก และมีแต่พ่อมดแม่มดที่เชี่ยวชาญมากๆ เท่านั้นที่จะกล้าใช้วิธีการหายตัวข้ามทวีป)

ไม้กวาดมูนทริมเมอร์ (Moontrimmer) ซึ่งประดิษฐ์โดยกลาดีส บู๊ตบี้ ใน ค.ศ. 1901 เป็นตัวแทนให้เห็นว่าวงการสร้างไม้กวาดก้าวกระโดดไกลไปมาก และเป็นเวลานานทีเดียวที่ไม้กวาดซึ่งทำจากไม้แอชรูปร่างเพรียวนี้ จะเป็นที่ต้องการอย่างสูงในฐานะไม้กวาดสำหรับเกมควิดดิช ข้อเด่นที่ทำให้ไม้กวาดมูนทริมเมอร์เหนือกว่าไม้กวาดอื่นๆ คือ สามารถบินขึ้นไปได้สูงอย่างที่ไม่เคยมีไม้กวาดไหนทำได้มาก่อน (และที่สำคัญยังสามารถควบคุมได้ดีในระดับความสูงนั้น) กลาดีส บู๊ตบี้ ไม่สามารถผลิตไม้กวาดมูนทริมเมอร์ ได้ในจำนวนมากเท่าที่ผู้เล่นควิดดิชทั้งหลายส่งเสียงเรียกร้อง ดังนั้นเมื่อมีการผลิตไม้กวาดใหม่ชื่อ ซิลเวอร์ แอร์โรว์ (Silver Arrow) ออกมา ผู้เล่นจึงรีบต้อนรับทันที ไม้กวาดนี้ถือว่าเป็นไม้กวาดรุ่นบุกเบิกของไม้กวาดแข่ง มันบินได้เร็วกว่ามูนทริมเมอร์หรือโอ๊กชาฟต์มาก (เมื่อบินตามแรงส่งจากไม้กวาดอันหน้า จะมีความเร็วถึง 70 ไมล์ต่อชั่วโมง) แต่นั่นแหละ ไม้กวาดนี้เป็นผลงานของพ่อมดคนเดียว (เลโอนาร์ด จุกส์) และความต้องการไม้กวาดก็มีมากเกินกว่าจะผลิตได้ทัน

ความก้าวหน้าในการผลิตไม้กวาดที่สำคัญยิ่งเกิดขึ้นเมื่อ ค.ศ.1926 เมื่อ 3 พี่น้อง บ๊อบ บิล และยาร์นาบี้ โอลเลอร์ตัน ตั้งบริษัทไม้กวาดควีนสวิปขึ้น ไม้กวาดรุ่นแรก คลีนสวีปวัน (Cleansweep One) ผลิตขึ้นเป็นจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และจัดจำหน่ายในฐานะไม้กวาดแข่งที่ออกแบบเป็นพิเศษเฉพาะใช้ในเกมกีฬาเท่านั้น ไม้กวาดคลีนสวีปประสบความสำเร็จอย่างง่ายดายและรวดเร็วทันที มันสามารถเลี้ยวโค้งได้ดีอย่างที่ไม่เคยมีไม้กวาดไหนทำได้ และภายในปีเดียว ทีมควิดดิชทุกทีมในประเทศก็ขึ้นขี่ไม้กวาดคลีนสวีปนี้

พี่น้องตระกูลโอลเลอร์ตัน ไม่ได้ถูกปล่อยให้ครอบครองตลาดไม้กวาดแข่งแต่เพียงผู้เดียวนานนัก ในปี ค.ศ.1929 แรนดอลฟ คีต และแบซิล ฮอร์ตัล ตั้งบริษัทผลิตไม้กวาดเจ้าที่ 2 ขึ้น ทั้ง 2 คนนี้เคยเป็นผู้เล่นในทีมฟัลมัท ฟอลคอนส์มาก่อน ไม้กวาดรุ่นแรกของบริษัทคอมเม็ตเทรตดิ้งนั้นคือ คอมเม็ต 140 (Comet 140) นี่เป็นหมายเลขของไม้กวาดตัวอย่างที่คีตและฮอร์ตันทดสอบก่อนที่ผลิตออกจำหน่าย คาถาเบรกของฮอร์ตัน-คีต ที่ขึ้นทะเบียนลิขสิทธิ์แล้วนั้น มีความหมายว่าผู้เล่นควิดดิชจะบินข้ามประตูหรือบินออฟไซด์ไม่ได้ง่ายๆ อย่างแต่ก่อน ปัจจุบันทีมควิดดิชหลายทีมในเกาะบิเตนและไอร์แลนด์จึงนิยมใช้ไม้กวาดคอมเม็ต

การแข่งขันระหว่างคลีนสวีปและคอมเม็ตดำเนินไปอย่างเข้มข้น ช่วงที่เด่นๆ คือการออกไม้กวาดคลีนสวีปรุ่น 2 และ 3 ที่ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นใน ค.ศ.1934 และ 1937 ตามลำดับ ส่วนคอมเม็ต 180 ออกวางตลาดเมื่อ ค.ศ.1938 ในระหว่างนั้นก็มีบริษัทผลิตไม้กวาดแข่งอื่นๆ ผุดขึ้นมาทั่วทวีปยุโรป

ไม้กวาดแข่งชื่อ ทินเดอร์บลาสต์ (Tinderblast) ออกสู่ตลาดเมื่อ ค.ศ.1940 ไม้กวาดนี้ผลิตโดยบริษัทจากบริเวณป่าดำในเยอรมนีชื่อ แอลเลอร์บี้แอนด์สปัดมอร์ ไม้กวาดทินเดอร์บลาสต์นี้มีคุณสมบัติคืนตัวได้ดีมาก แม้ว่าจะไม่สามารถบินได้เร็วเท่าคลีนสวีปหรือคอมเม็ตก็ตาม เมื่อ ค.ศ.1952 บริษัทแอลเลอร์บี้แอนด์สปัดมอร์ นำไม้กวาดรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด นั่นคือ ไม้กวาดสวิฟต์สติ๊ก (Swiftstick) ไม้กวาดนี้บินได้เร็วกว่าทินเดอร์บลาสต์ อย่างไรก็ตาม สวิฟสติ๊กมักจะสูญเสียความเร็วเมื่อบินขึ้นระดับสูง ดังนั้นทีมควิดดิชอาชีพจึงไม่เคยใช้ไม้กวาดนี้เลย

ใน ค.ศ.1955 บริษัทยูนิเวอร์ซัลบรูม จำกัด นำเสนอไม้กวาดใหม่ ชูตติ้งสตาร์ (Shooting Star) ซึ่งเป็นไม้กวาดแข่งที่ราคาถูกที่สุดจนทุกวันนี้ แต่โชคไม่ดี หลังจากที่ผู้คนแตกตื่นนิยมซื้อกันมากในตอนแรกที่วางตลาด ต่อมาพบว่าไม้กวาดชูตติ้งสตาร์นี้ เมื่อใช้งานไปนานๆ มักจะบินไม่ได้เร็วและสูงเท่าที่เคย บริษัทยูนิเวอร์ซัลบรูม จึงต้องเลิกกิจการไปเมื่อ ค.ศ.1978

เมื่อ ค.ศ.1967 โลกของไม้กวาดก็ถูกกระตุ้นให้คึกคักตื่นตัวขึ้นมาอีกหน เมื่อมีการก่อตั้ง บริษัทนิมบัสเรสซิ่งบรูม ขึ้น ไม่มีใครเคยเห็นไม้กวาดไหนที่เหมือนไม้กวาดนิมบัส 1000 (Nimbus 1000) มาก่อน ไม้กวาดนี้สามารถบินเร็วได้ถึง 1 ไมล์ต่อชั่วโมง สามารถหยุดกลางอากาศและหมุนได้ 360 องศารอบตัว ไม้กวาดนิมบัสนำคุณสมบัติที่วางใจได้ของไม้กวาดรุ่นเก๋าโอ๊กชาฟต์ 79 มาผสมกับการใช้งานง่ายคล่องแคล่วของไม้กวาดคลีนสวีปรุ่นที่ดีที่สุด นิมบัสจึงกลายเป็นไม้กวาดที่ทีมควิดดิชอาชีพทั่วยุโรปเลือกใช้ทันที และไม้กวาดนิมบัสรุ่นต่อๆ ไป (รุ่น 1001, 1500 และ 1700) ทำให้ บริษัทนิมบัสเรสซิ่งบรูม ยังคงเป็นบริษัทอันดับ 1 ในวงการไม้กวาดนี้

ไม้กวาดทวิกเกอร์ 90 (Twigger 90) ผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1990 ผู้ผลิตคือ บริษัทไฟลต์แอนด์บาร์เกอร์ ตั้งใจว่าไม้กวาดนี้จะมาเป็นผู้นำในตลาดแทนไม้กวาดนิมบัส อย่างไรก็ตาม แม้ว่าไม้กวาดนี้จะมีคุณสมบัติดีเด่นมาก รวมทั้งมีอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่หลอกล่อใจผู้ซื้อประกอบติดมากับไม้กวาดด้วยอีกหลายอย่าง เช่น มีนกหวีดให้สัญญาณเตือนอยู่ในตัว และมีหางที่ช่วยปรับการบินให้ตรงได้เอง แต่ไม้กวาดทวิกเกอร์นี้มักจะโค้งงอเมื่อบินด้วยความเร็วสูง และโชคร้ายที่ไม้กวาดนี้ได้ชื่อว่า ไม้กวาดที่พวกพ่อมดที่มีเงินมากกว่ามีสติมักใช้กัน


==================================================



บทที่ 10 กีฬาควิดดิชในปัจจุบัน


กีฬาควิดดิชยังคงทำให้แฟนๆ ตื่นเต้นเร้าใจ และคลั่งไคล้ไปทั่วโลกปัจจุบัน รับประกันได้ว่าคนที่ซื้อตั๋วดูการแข่งขันควิดดิชทุกคน จะได้เห็นการแข่งขันที่มีชั้นเชิงสูง ระหว่างผู้เล่นที่บินอย่างเชี่ยวชาญยิ่ง (แน่นอน ยกเว้นแต่ว่าจะจับลูกสนิชได้ใน 5 นาทีแรกของการแข่งขัน ถ้าเป็นเช่นนี้พวกเราทุกคนคงรู้สึกว่าถูกโกงหน่อยๆ เหมือนได้รับเงินทอนไม่ครบทำนองนั้น) ไม่มีอะไรจะพิสูจน์ความดีเด่นของเกมควิดดิชได้ดีไปกว่าท่าเล่นยากๆ ที่บรรดาผู้เล่นพ่อมดแม่มดทั้งหลายสร้างสรรค์ขึ้นมาตลอด ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของกีฬานี้ พ่อมดแม่มดเหล่านี้กระตือรือร้นที่จะสร้างท่าเล่นยากๆ เพื่อผลักดันผู้เล่นและกีฬานี้ให้ดีขึ้นเท่าที่พวกเขาจะสามารถทำได้ ต่อไปนี้คือท่าเล่นพิสดารบางทาที่ยกมาเป็นตัวอย่าง


บลัดเจอร์ แบ็กบีต (Bludger Backbeat)

เป็นท่าที่บีตเตอร์ตีลูกบลัดเจอร์ด้วยไม้ตีในท่าแบ็กแฮนด์ ส่งลูกบลัดเจอร์ลอยไปข้างหลังเขาหรือเธอ แทนที่จะไปข้างหน้า ท่านี้ตีให้เที่ยงตรงแม่นยำได้ยาก แต่ดีเลิศในแง่ทำให้คู่ต่อสู้งุนงง


ด๊อปเปิ้ลบีตเตอร์ ดีเฟนซ์ (Dopplebeater Defence)

บีตเตอร์ทั้ง 2 คนใช้แรงมากเป็นพิเศษ ตีลูกบลัดเจอร์พร้อมกัน ผลคือในการรุกครั้งต่อไป ลูกบลัดเจอร์จะโจมตีอย่างดุเดือดรุนแรงมากขึ้นไปอีก


ดับเบิ้ล เอต ลูป (Double Eight Loop)

เป็นท่าป้องกันของคีปเปอร์ ปกติมักใช้ป้องกันการโยนลูกโทษ คีปเปอร์จะบินเลี้ยวโค้งเป็นรูปเลข 8 ไปรอบๆ ห่วงประตูทั้ง 3 ห่วงด้วยความเร็วสูง เพื่อคอยกันลูกควิฟเฟิล


ฮอกส์เฮด อะแทกกิ้ง ฟอร์เมชั่น (Hawkshead Attacking Formation)

เชสเซอร์มารวมตัวกันทำเป็นรูปหัวลูกศร บินไปพร้อมๆ กัน มุ่งไปที่เสาประตู ท่านี้ข่มขวัญทีมคู่ต่อสู้ได้มาก และมีประสิทธิภาพในการบังคับให้ผู้เล่นอื่นต้องบินหลบไปข้างๆ


พาร์กินส์ พินเชอร์ (Parkin's Pincer)

ตั้งชื่อตามผู้เล่นในทีมวิกทาวน์ วันเดอเรอส์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนประดิษฐ์ท่านี้ขึ้นมา เชสเซอร์ 2 คนช่วยกันบินเข้าไปบีบเชสเซอร์ฝ่ายตรงข้ามจากด้านซ้ายและขวา ขณะที่เชสเซอร์คนที่ 3 บินพุ่งตรงเข้าไปหาเชสเซอร์ฝ่ายตรงข้ามนั้น


พลัมป์ตัน พาส (Plumpton Pass)

เป็นท่าเลี้ยวโค้งหมุนตัว ที่ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจทำของซีกเกอร์ แต่สามารถคว้าจับลูกสนิชที่ลอยอยู่ที่แขนเสื้อไว้ได้ นับเป็นทีเด็ดอย่างหนึ่ง ตั้งชื่อตามรอดดริก พลัมป์ตัน ซีกเกอร์ของทีมทัดชิล ทอร์เนโดส์ ที่ใช้ท่านี้ในการจับลูกสนิชที่โด่งดังเป็นประวัติการณ์ใน ค.ศ.1921 แม้ว่านักวิจารณ์หลายคนจะกล่าวหาว่าที่เขาทำได้นั้นเป็นเรื่องบังเอิญ แต่พลัมป์ตันยืนกรานจวบจนเขาถึงแก่กรรม ว่าเขาตั้งใจทำท่านั้นจับลูกสนิชจริงๆ


พอร์สคอฟ พลอย (Porskoff Ploy)

เชสเซอร์ถือลูกควิฟเฟิลบินทะยานขึ้นไปในอากาศ ล่อให้เชสเซอร์ฝ่ายตรงข้ามเชื่อว่าเขาหรือเธอกำลังพยายามบินหนีไปทำคะแนน แต่แล้วก็โยนควัฟเฟิลลงมาข้างล่างให้เชสเซอร์ทีมเดียวกันที่คอยรับอยู่ เชสเซอร์ทั้งสองต้องกะจังหวะเวลาให้ตรงกันพอดี นี่เป็นหัวใจของท่านี้ ตั้งชื่อตามเพ็ตโทรว่า พอร์สคอฟ เชสเซอร์ชาวรัสเซีย


รีเวิร์ส พาส (Reverse Pass)

เชสเซอร์โยนลูกควิฟเฟิลข้ามไหล่ของตนไปให้ผู้เล่นทีมเดียวกันอีกคน การโยนให้ได้แม่นยำนั้นทำได้ยากมาก


สล็อท กริป โรลล์ (Sloth Grip Roll)

ห้อยกลับหัวจากไม้กวาด ยึดไม้กวาดไว้แน่นด้วยมือและเท้า 2 ข้าง เพื่อหลบหลีกลูกบลัดเจอร์


สตาร์ฟิชแอนด์สติ๊ก (Starfish and Stick)

เป็นท่าป้องกันของคีปเปอร์ โดยคีปเปอร์ถือไม้กวาดในแนวนอน ใช้มือและเท้าข้างหนึ่งเกี่ยวจับด้ามไม้กวาดแน่น ในขณะที่กางแขนและขาอีกข้างออกไปตรงๆ ท่าปลาดาว แต่ไม่มีไม้นั้น ไม่ควรลองทำอย่างยิ่ง




ทรานซิลเวเนียน แท็กเคิล (Transylvianian Tackle)

เป็นท่าต่อยหลอกๆ เล็งไปที่จมูก ไม่ถือว่าผิดกติกาจนกว่าจะสัมผัสกันจริงๆ แต่ก็หยุดได้ยากมากเมื่อทั้ง 2 ฝ่ายอยู่บนไม้กวาดที่มีความเร็วสูง ปรากฎครั้งแรกในควิดดิชเวิลด์คัพ ค.ศ.1473


วูลลองกอง ชิมมี่ (Woollongong Shimmy)

เป็นท่าที่ทีมวูลลองกอง วอร์ริเออส์ จากออสเตรเลียทำได้สมบูรณ์แบบมาก นี่เป็นท่าบินซิกแซกด้วยความเร็วสูง เพื่อสลัดเชสเซอร์ฝ่ายตรงข้ามไม่ให้ติดตามได้


รอนสกี้ เฟนต์ (Wronski Feint)

ซีกเกอร์บินพุ่งไปที่พื้นสนาม ทำเป็นว่าเห็นลูกสนิชอยู่ไกลๆ ข้างล่าง แล้วเชิดหัวไม้กวาดขึ้นก่อนจะดิ่งลงไปกระแทกพื้น ท่านี้ตั้งใจหลอกให้ซีกเกอร์อีกฝ่ายทำตามจนดิ่งไปกระแทกพื้น ตั้งชื่อตามโจเซฟ รอนสกี้ ซีกเกอร์ชาวโปแลนด์


ไม่มีข้อสงสัยเลยว่า ควิดดิชได้เปลี่ยนไปมาก จากที่เคยได้รู้เมื่อครั้งที่เกอร์ตี้ ค็ดเดิลเห็น "พวกกะโหลกทึบ" เล่นกันที่หนองน้ำเควียดิช บางทีถ้าเกอร์ตี้มีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน เธอเองก็อาจจะตื่นเต้นเร้าใจไปกับบทกวีและพลังของเกมควิดดิชเหมือนกัน ขอให้กีฬานี้จงพัฒนาก้าวหน้าต่อไปอีกนานเท่านาน และขอให้พ่อมดแม่มดรุ่นต่อไปในอนาคตได้สนุกนานเพลิดเพลิน กับกีฬาที่วิเศษที่สุดนี้ชั่วกาลนาน


==================================================



ข้อมูลจาก หนังสือควิชดิชในยุคต่างๆ (Quidditch Through the Ages)
รวบรวมโดย ฮอกวอตส์ไทย (http://hogwartsthai.com)




คุณ Madam Pince ได้แก้ไขข้อความนี้ ครั้งล่าสุดเมื่อ Oct 5 2017, 12:07 PM



--------------------


.................................................................

( っ '3')づ .·´¯`·.¸¸.·´¯`·.¸¸.ஐ
( っ '3')づ .·´¯`·.¸¸.·´¯`·.¸¸.ஐ
( っ '3')づ .·´¯`·.¸¸.·´¯`·.¸¸.ஐ
( っ '3')づ .·´¯`·.¸¸.·´¯`·.¸¸.ஐ
( っ '3')づ .·´¯`·.¸¸.·´¯`·.¸¸.ஐ
( っ '3')づ .·´¯`·.¸¸.·´¯`·.¸¸.ஐ
( っ '3')づ .·´¯`·.¸¸.·´¯`·.¸¸.ஐ

I will stand by you forever, HogThai

Go to the top of the page
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic

 



RSS Lo-Fi ; ประหยัดแบนวิธ,โหลดเร็ว เวลาในขณะนี้: 20th June 2019 - 08:31 AM